admin November 2, 2017
ข่าวเกี่ยวกับครู

31 ตุลาคม ผู้รายงานข่าวรายงานว่าwebราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง หลักเกณฑ์พร้อมกับกระบวนการคิดทบทวนตั้งแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ พร้อมกับศาสตราจารย์ พ.ศ. 2560 ที่ลงนามโดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธาน ก.พ.อ. เพื่อให้ให้หลักเกณฑ์การตั้งแต่งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ เป็นช่องทางในการพัฒนาคุณภาพวิชาการกับนวัตกรรมของประเทศ รวมถึง ครอบคลุมผลงานที่คณาจารย์ได้นำความรู้ความจัดเจนในสาขาวิชาของตนมาใช้ในการแก้ไขพร้อมกับพัฒนาชุมชน สังคม หรือประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาไทยก้าวสู่ความเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับนานาชาติพร้อมกับเพิ่มขีดสมรรถนะในการชิงชัยของประเทศ

ซึ่งในประกาศได้มีการปรับซ่อมแซมแตกต่างจากเดิมหลายข้อ อาทิ ข้อ 5 การตั้งแต่งครูบาอาจารย์ประจำผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการโดยวิธีปกติให้ปฏิบัติงาน อย่างนี้ 1.การตั้งแต่งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระบุคุณลักษณะเฉพาะตำแหน่ง ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้อง ดำรงตำแหน่งอาจารย์ พร้อมด้วยทำการฝึกสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี หรือ ในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งครู กับทำการฝึกสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ พร้อมกับในกรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งครูบาอาจารย์ พร้อมทั้งทำการอบรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี พร้อมกับพ้นระยะทดลองการปฏิบัติการ ที่กำหนดโดยสถาบันนั้นๆ

นอกจากนี้ในข้อ 5.1.4 .จริยธรรมพร้อมกับจรรยาบรรณทางวิชาการในการคิดทบทวนกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องคำนึงถึงจริยธรรมพร้อมกับจรรยาบรรณทางวิชาการ แบบนี้ (1) ต้องมีความสุจริตทางวิชาการ ไม่นำงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนพร้อมกับไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น ไม่นำชิ้นงานของตนเองในเรื่องราวเดียวกันไปโฆษณาชวนเชื่อในวารสารวิชาการมากกว่าหนึ่งฉบับ

รวมไปถึงไม่จดข้อความใด ๆ จากชิ้นงานเดิมของตน โดยไม่เกี่ยวโยงผลงานเดิมตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ในลักษณะที่จะทำให้หลงผิดว่าเป็นผลงานใหม่ (2) ต้องอ้างถึงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาใช้ในงานทางวิชาการของตนเองเพื่อให้แสดงหลักฐานของการค้นคว้า (3) ต้องไม่คำนึงถึงประโยชน์ทางวิชาการจนเฉยเมยหรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นหรือสิทธิมนุษยชน (4) ผลงานทางวิชาการต้องได้มาจากการเรียนโดยใช้หลักวิชาการเป็นเกณฑ์ ไม่มีอคติ พร้อมทั้งเสนองานตามความเป็นจริง ไม่จงใจเบี่ยงเบนผลการเรียนรู้หรือวิจัย โดยใฝ่ผลตอบแทนส่วนตัว หรือเพื่อก่อให้เกิดข้อเสียหายแก่ผู้อื่น กับเสนองานตามความเป็นจริง ไม่ขยายข้อค้นพบ โดยไม่มีการวิเคราะห์ยืนกรานในทางวิชาการ

ข่าวเกี่ยวกับครู