admin March 13, 2018
สพฐ. เตรียมทักษะอาชีพให้เด็กม.ต้น หวังผลักดันสายอาชีพ

สพฐ. เตรียมทักษะอาชีพให้เด็กม.ต้น หวังผลักดันสายอาชีพ ด็อกเตอร์บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำพร้อมกับพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการขยายประเทศ รวมไปถึงวางรากฐานความถนัดอาชีพให้แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้เตรียมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อจะเสริมทักษะอาชีพให้เด็กสามารถพบตัวตนได้เมื่อจบชั้น ม.ต้น ด้วยการแนะแนววางพื้นฐานอาชีพพร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพผู้เรียนรู้ควบคู่ไปในแต่ละระดับช่วงชั้น โดยเปิดตัวจากระดับปฐมวัยที่มีการจัดรูปแบบบูรณาการผ่านความชำนาญจากนิทาน หรือ เสริมจินตนาการจากอาชีพต่าง ๆ เพื่อเด็กมีจินตนาการอาชีพภายหน้า ส่วนระดับประถมศึกษามีกิจกรรมสำรวจอาชีพ ระดับ ม.ต้น จะมีการจัดกิจกรรมชี้แนะ การสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ปกครอง พอให้เด็กนักเรียนรู้จักที่จะวิเคราะห์อาชีพ เชื่อมตนเองกับการศึกษาพร้อมทั้งอาชีพได้ ส่วนระดับ ม.ปลาย จะมีการปฏิรูปฝีไม้ลายมือการตัดสินใจการเล่าเรียนต่อ สำหรับเป็นการวัดแววพร้อมด้วยเตรียมสู่การประกอบอาชีพจริงภายภาคหน้า

“นายกฯมีนโยบายว่า ศธ.ต้องให้เด็ก ม.3 ทุกคนฝึกความชำนาญวิชาชีพ ซึ่งปีที่ผ่านมาก็เริ่มกระทำไปแล้ว แต่ในปีนี้เราคิดว่า จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้เด็ก โดยปูพื้นฐานให้เด็กค้นพบตนเอง ครั้งจบสิ้น ม.ต้นจะต้องทราบว่า ชอบหรือถนัดอะไร ซึ่งจะช่วยให้เด็กตัดสินใจได้แล้วว่า จะเล่าเรียนต่อสายสามัญหรือสายอาชีพ ไม่ต้องรอให้อาชีวะมาดึงเด็กเรา แต่เราจะเตรียมความพร้อมให้ ”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า สพฐ.จะเริ่มดำเนินการเรื่องการแนะแนวพื้นฐานอาชีพ ในปีการศึกษา 2561 โดยได้มีการสาธยายทำความเข้าใจกับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปแล้ว ดร.บุญรักษ์ บอกอีกว่า

นอกจากนี้จะมีการดันให้สถานที่เรียนเปิดรายวิชาเพิ่มเติมที่มีความมากมาย เป็นแบบชุดวิชาที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งชุด อย่างเช่น ชุดขนมไทยซึ่งเด็กจะได้เรียนเกี่ยวกับการทำขนมไทยอย่างหลายหลากอย่าง เป็นต้น หรือจัดให้มีชุมชน หรือ การเรียนรู้แบบโครงงานมากขึ้น เพื่อจะให้เด็กได้ฝึกความถนัดการคิด พิจารณาอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงจะส่งเสริมให้สถานศึกษาใช้ไอซีทีในการจัดการเรียนการสอนให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ก็เพราะว่าที่ผ่านมาโรงเรียนอาจจะไม่สามารถสนองตอบความอยากการหาความรู้อาชีพของนักศึกษาได้เต็มที่เพราะจำนวนอาจารย์ไม่พอเพียง สถานศึกษาก็จะเปิดตามความพร้อมของอาจารย์ แต่ต่อไปนี้ สพฐ.ได้ปรับยุทธวิธีด้วยการใช้ไอซีทีช่วยอบรม โดยจะมีการจัดทำคลังบทเรียนทักษะอาชีพ คือ การสะสมอาชีพหรือสิ่งที่มีการสอนในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ หรือให้เขตพื้นที่การศึกษาจัดทำ VTR สถานที่เรียนที่สำเร็จในการสอนอาชีพ เป็นต้น เพื่อที่จะให้เด็กสืบค้นกับศึกษาเล่าเรียนตามความสนใจของแต่ละคน โดยมีคุณครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ซึ่งจะทำให้เด็กสามารถศึกษาเล่าเรียนได้ตามที่สนใจ ไม่ใช่เปิดสอนตามที่ผู้สอนปรารถนาสั่งสอน ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2561